Nat's profileW o r l d*O f*L i t t l ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Nat T.

W o r l d*O f*L i t t l e*K i t t e n

September 17

Ch5: Relax=Shopping

 วันนี้มาเล่นได้เพราะ
ลืมtalking dictไว้ที่ห้องเรียน
(หวังว่าพรุ่งนี้ไปแล้วยังอยู่น่ะ ฮือๆๆ)
ช่วงนี้ที่นี่ ฝนตกอย่างมากมาย
ตกแบบเปาะแปะงะ
เซงเป็ด ช่วยตกแบบตูมรวดเดียวแล้วไปเลยได้มะ
แถวถ้าไม่ตกก้ร้อนงะ นอยย

ที่นี่ถามว่าเรียนหนักมั้ย
ตอบว่าการบ้านเยอะดีกว่า ฮ่าๆๆๆๆ

ขยันกว่าตอนเรียนมหาลัยอีก
รู้สึกว่าถ้าตอนเรียนเอแบคขยันขนาดนี้
คงได้เกียรตินิยมไปแล้วว
(ตอนนี้มนทรานสคริปมีแต่ เกรดนิยม ฮ่าๆ)

ก้ไม่มีโอกาสได้เปิดคอมเลยอะ
เพราะการบ้านมันวันต่อวันจิงๆ
ดิกเทชั่นทุกวัน อ่านเนื้อเรื่องก่อนไปเรียน
แล้วถ้าต้อนขึ้นบทใหม่
ก้ต้องแปลไปก่อน จะได้ไม่คล้าว

กลัวเปนจุดอ่อนในห้องงะ
มันดูเหมือนคนอื่นๆ เขาเข้าใจมากกว่า
เขาเข้าใจว่าอาจารย์พูดอะไร
แต่ เราไม่เลย เอ๋อออ งะ

เรื่องเรียนผ่านไป มาเรื่องลัลล้ากันดีกว่า
เนื่องด้วยว่าเรียนหนักหลายวัน
เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาก้ รีเลกซ์ ซะหน่อยๆ อิอิ

วันเสาร์ไปเทียนอี้(ตามที่มายบอก)
ก้เครื่องสำอางเกาหลีถูกจิง
(ถ้าไม่ได้ไปเกาหลีอะน่ะ)
มันเหมือนแพลตทินั่มบ้านเราอะ
ขายเปนปลีกส่งไรงี้
แต่มันเปนเปนโซนดีกว่าบ้านเราอะ
บอกเลยว่าชั้นไหนมีไร ก้มียังงั้นทั้งชั้น
แต่เสื้อผ้านี่....ไม่ไหวฟะ

แล้วก้ไปซีตันต่อ แต่ก้เดินแปปเดียว
เพราะหนัก (ซื้อหม้อหุงข้าวมา)
ก้เปนแหล่งเสื้อผ้าอย่างแรงงงงง
คนเยอะมากๆๆๆๆๆๆ

วันอาทิตย์ ตอนแรกนึกว่าจะว่าง
ปิงและเพื่อน โทมาชวนไปช้อปปิ้ง
วันนั้นเลยได้ไปหวังฝู่จิงกะย้งอันลี่
ก้ไม่ค่อยหมดตัวอะ ซื้อน้อยกว่าคนชวนอีกเหอๆ
(ได้ข่าวว่าคนชวนเปนชาย
นี่เราช้อปน้อยกว่าเรอะ.....เอ๊ะยังไง)

ที่หวังฝู่จิงก้ ถนนคนเดินกว้างมากกกก
บรรยากาศดี สมเปนย่านของแพง
เลยเล็งไว้กะพี่แอนแล้วว่าจะไปอีก
แต่จะไปถ่ายรุปน่ะ ฮ่าๆๆๆ

ย้งอันลี่ สมเปนแหล่งของก๊อป
ไปแล้วคิดถึงอีฟอีฟอย่างแรง
อยากให้แกมาด้วยจิงๆ
ถ้ามาได้ มาเลยยยยน่ะ จาพาปายย
ราคาก้ตั้งไว้สูงตระง่า(เขียนไงว่ะ)มากก
แต่เวลาต่อก้หารสิบ เหนเพื่อนปิงว่างั้น

วันอาทิตย์หมดไปกะค่ากินซะเยอะ
เพื่อนปิงพาไปกินของอร่อยๆ
บะหมี่ลูกชิ้นเนื้อ(ยักษ์) ทาโกะยากิ(ปลาโอแห้งอร่อยมาก)
และก้ ติ่มซำ.......อาหย่อยมั๊กมั๊ก

ถ้าไปกะปิงและเพื่อน ส่วนมากก้ไม่พ้นเรื่องกินอะ
เด่ววันพุธนี้ก้ได้ไปกินอาหารไทยแหละ
ลากสาวๆเกาหลีไปด้วย
(อันนี้มันรีเควสมา...เยี่ยมมาก ฮ่าๆๆ) 

หมดเรื่องเล่าล่ะ ดูรูปล่ะกัน


"ร้านขนมปังที่อู่ต้าวโข่ว"
ก้อร่อยดี เพื่อนปิงแนะนำอีกแว้วครับท่าน
(ปล. หน้าบาน กรี๊ด อ้วน อยากได้ที่ชั่งนน.
แต่กางเกงยังไม่คับติ๋วน่ะ)


ลืมบอก ที่หวังฝู่จิน มีโบสถ์อยู่
สวยมากๆ ถ่ายมาแต่ข้างนอกอะ
ไม่กล้าเดินเข้าไปข้างใน
ไปกะหนุ่มๆ เกรงใจมันๆ


รูปปั้นนักบุญโยเซฟ


ของที่มาจากการชอปปิ้งเสาร์อาทิดที่ผ่านมา
ไท สวยมาก เหนแล้วต้องซื้ออออ
(ได้ข่าวว่ามีเชิ้ตตัวเดียว)


นั้นไงหม้อหุงข้าวเรา หุหุ


ไปแหละ ไว้เจอกัน
(จาได้กลับไปวันที่ สิบหนึ่ง เป่ายังไม่รู้เลย เหอๆ)
ปล. หน้าตลกชะมัด...

 

September 09

Ch4: The Summer Palace

พอดีเมื่อวานไม่ได้ไปไหนมา
ก็แค่hang outอยู่แถวๆมหาลัย
(มะได้ไปด๊งไปดริ๊งนา)
พอดีตอนกลางวันไปกินข้าวกระชับมิตรกะเพื่อนเกาหลี
แล้วเขาชวนไปเที่ยวเล่นหอเขา
ก้ไปเลยกัน ห้องแมร่งโคดสีชมพู
ไม่เข้าใจไอคนออกแบบหอเหมือนกัน
ไม่สงสารนศ.ชายรึไงว่ะ เหอๆๆ

แล้วตอนเย็นก้ไปกินกระชับมิตรกับเพื่อนสวีเดนอีก
แล้วก้ไปเปนเพื่อนเขาซื้อของเขาหอ
ซุปเปออันนี้มันก้ไม่ไกลจากมหาลัยอีกนั้นแหละ
คนก้เยอะดี เหอๆๆๆๆ คล้ายๆคาร์ฟูร์บ้านเรา แต่เล็กกว่า

เมื่อวานไม่อัพเพราะเหนื่อยด้วยอะ
ไม่ได้เหนื่อยว่าเดินเยอะอะไรหรอกน่ะ
(แต่อยู่นี้เดินเยอะจิง กลัวขาหย่ายยยขึ้นง้า)
เหนื่อยเพราะการสื่อสารเนี่ยแหละ
คือไอเพื่อนเกาหลีเนี่ย มันพูดอังกิดไม่ค่อยได้อย่างแรง
ภาษาจีนก้ไม่ค่อยได้ แต่ก้ได้เยอะกว่าอังกิด
ก้มึนๆมันๆสนุกดีไปอีกแบบ (แบบว่าฮาอะ)

วันนี้สิน่าสนใจ ไป The Summer Palaceมา
เมื่อวานเพื่อนชาวเกาหลีชวนหน่ะ
วันนี้ดีหน่อยมีคนที่พูดอังกิดได้ไปด้วย
อันนี้เวลาเจอชอบเรียก"ปะป๊า" (เขาไม่ค่อยชอบหรอก ฮี่ๆ)
เพราะมันอายุยี่เก้า แก่กว่าเราและเพื่อนสาวเกาหลีเราไรงี้

ก้เดินทางไปด้วยรถเมย์กัน (ถูกแสดด)
แต่ก้ร้อนและเหม็นนิสนึง (ก้น่ะ เนี่ยแหละชาวจีน)

ตอนที่นั่งๆกันอยู่ พี่รูมเมทก้ถามป่ะป๊าว่าลงป้ายไหน
มันก้แบบว่าเด่วฟังก่อนไม่ชัวๆไรงี้
ไปๆมาๆก้ลงผิดป้าย ลงก่อนไปป้ายนึง ฮ่าๆๆๆ
เลยว่าจะเดินไปกัน แต่มันก้ดูแอบไกล
แล้วมีกลุ่มสาวจีนวัยรุ่นเดินมา
อายุราวๆม.ต้นจวนๆม.ปลายมั้ง
ก้ถามทางเขา คุยอังกิดได้นิ๊โหน่ย
เป็นเด็กดีมากมาย ก้บอกยังงู้นยังงี้
ก้ไปตามที่เขาบอก สรุปว่าขึ้นไปป้ายเดี๊ยะ
แถมแปปนึงเอง แต่คงเป็นเพราะนั่งรถมั้งเลยเร็ว
เพราะเด็กๆบอกว่าเดินประมานยี่สิบนาทีอะ
แล้ววันนี้อากาศร้อนแสดดด เดินคงตาย

คงอธิบายภายในพระราชวังอะไรไม่ได้มาก
ไม่มีไกด์เล่าความเปนมาให้ฟัง
เดินก้เดินกัวมั่วๆ แถวยังไปขอให้คนแถวนั้นพาเดินไปอีก

เรื่องมันก้มีอยู่ว่า จะมีที่ที่นึง
แล้วไปกันไม่เป็น เลยไปถามนศ.คนนึง
มันก้บอกว่ามันไปอีกที่ที่มันใกล้กัน
ไอป่ะป๊าเลยบอกว่า we'll follow you.
มันช่างฮาและกล้าจิง....

แล้วก้มีถีบเรือด้วย
เหนื่อยยยชิบบบบบบลอสสสส
คือทุกคนได้ถีบอะที่ไปกันสี่คน
(ถึงจะเปนชายหนึ่งหญิงสี่ก้ตาม)
ตอนแรกป่ะป๊าก้พี่รูมเมทเราเขาก้ถีบให้
แล้วป่ะป๊าคงเหนว่าพี่เขาจะเหนื่อยเอา
เลยเล่นเกมเป่ายิ้งชุบกัน ใครแพ้ก้มาถีบซะ
ก้ฮาๆดี เพราะเราแพ้สี่ตาติด เหอๆ
ตาที่สี่ป่ะป๊ามันเห็นใจ เลยมาถีบให้
(สงสารคนขาสั้น ฮ่าๆๆๆๆ)

รูปเราก้ไม่ค่อยมีอะ อยู๋กล้องพวกมันเยอะ
โคดบ้าถ่ายรูปอะ เหอๆๆ
ยังหาทางเอาไม่ได้เลย มันบอกว่าจะส่งเมลมา
ตูละกลุ้ม ไฟล์โคดเยอะ จาส่งมายังง้ายยย

นั้นแหละเรื่องของวันนี้
อยู๋ที่นี่มันกินเยอะจิงๆอะ "กินกระชับมิตร" เหอๆ
เอ่อ ป่ะป๊าเลี้ยงไอติมลูกๆด้วยวันนี้ เย้ ฮ่าๆๆๆ

เอ่อผลสอบออกมาแล้วแหละ ได้...ตามคาดหมาย ฮ่าๆ
ที่นี่เลเวลจะเปน 1234 แล้วในแต่ละเวลนั้นจะย่อยเป็น012
เราได้101 อ่อนเนอะ เหอๆ
วันนี้ไปซื้อหนังสือมา ไม่ได้อ่อนเร้ยยย
ต้องขยันอย่างแรง แบบว่าแปลไปล่วงหน้าละมั้ง
แต่ได้ข่าวว่าตอนนี้สี่ทุ่มยังไม่ได้ทำไรกะหนังสือเรย ฮ่าๆ
แต่เราเรียนบ่ายโมงอะพรุ่งนี้ อาจจาตื่นเช้ามานั่งแปลแทน
ตอนหกโมงเย็นก้ว่าจาไปลงเรียนวาดภาพพู่กันจีนแหละ

ไปละนอนดีก่า...เฮ้ย!! ดูก่อน



"หินอายุยืน"
เมื่อก่อนเขาให้ลูบๆได้ด้วยนา


"กินเลน"


บรรยากาศ ความร่มรื่น
แบบว่าไม่ร้อนเลยจิงๆ ทั้งๆที่เราไปถึงนั้นเที่ยงอะ
สมเป็นพระราชวังสำหรับฤดูร้อน จิงๆ


"Blue Iris Stone"
หินที่ร่องเรือมาส่งถึงที่จีน (ฮิโซวมากๆ)


ลูกใครไม่รู้ แต่น่ารักชะมัด


พร้อมถ่ายทุกรูปเคอะ
ภาพนี้ไม่น่ามีคนเยอะเร้ยยย


นี่ไง เพื่อนๆชาวเกาหลี
ปะป๊า เลี้ยงติมๆ


"ต้นมัมมี่"
อันนี้ตั้งเอง คือเข้าใจว่ามันแก่มากแล้ว
แล้วจาล้มได้ง้าย เลยหาไรมายัน
แต่พันนี่ไม่เข้าใจ เหอๆๆๆ


เสื้อส้ม คือคนที่เราขอตามเขาไปด้วย


สองคนถีบ...ที่ขาสั้นทั้งคู่...


"เหนื่อยแล้วเว้ยยย"

ปิดท้ายด้วยอาหารแปลกใหม่ที่เพิ่งไปกินกะเพื่อนเกาหลีมา
มันเป็นมันทอด ที่ราดด้วยน้ำหวานๆ(น้ำเชื่อมมั้ง)

ก้หนืดๆอย่างที่เห็น
ก้แปลกๆ อร่อยดี เหมือนของหวานมากกว่าอะ เหอๆ

ไปแหละนอนจิงๆ

 

September 08

Ch3: Wu Dao Kou

สวัสดีพ่อแม่พี่น้องวันนี้เราได้ไปช้อปปิ้งมาแว้วว

คิดว่าคนที่ได้ไปอยู่หรือมีคนรู้จักอยู่ที่ปักกิ่ง
น่าจะรู้จักที่นี่กัน
"五道口"
หรือ WuDaoKou หรือ อู่เต้าโข่ว นั้นเอง
ได้ข่าวมาว่ามันเป็นแหล่งช้อปปิ้ง
เลยลองไปดูซะหน่อย

ที่คุยกระสาวที่ปรึกษาไว้ คือ
เขาจะพาเราไปตอนสิบโมงเช้า
เราก้ไปรอเขากันกับพี่รูมเมทเรา
พอสิบโมง เห็นยังไม่ลงมา เลยโทไป
(ปกติเขาเปนคนที่ตรงต่อเวลามากมายๆ)
เขาบอกว่า ขอโทษ เพิ่งตื่น พอดีไม่ค่อยสบายด้วย
เราก้เริ่มสงสัย...ท่าทางตูต้องไปเองวะเนี่ยๆ
เขาก้ถามว่ายังจะไปอยู่มั้ย จะบอกทางให้
เราก้...เอาเว้ย ไหนๆเจียรื้อฟู(คาร์ฟูร์)กุก้ไปมาแล้ว
วันนี้ก้สู้ตายค่ะ

เขาก้บอกสายรถไฟมา
แต่เขาจำไม่ได้ว่ามันชื่อป้ายอะไร
เขาก้บอกหนทางมา ก้พอไปไหวอยู่
แต่ก้หลงกันอย่างเมามัน
คือตัวเราเข้าใจผิดไปว่า ที่ที่เราจะไปคืออู่เต้าโข่ว
แต่จิงๆแล้วมันคือ อู่เต้าโข่วฝูจวง
เป็นแหล่งขายเสื้อผ้า
สภาพละม้ายคล้ายคลึง
ประตูน้ำ+เพลตทินัม+โบนันซ่า+และสำเพ็ง
แต่เสื้อผ้าจะเป็นสไตล์เกาหลีมากๆๆ

นั่งรถเมล์ไปรอบแรกก้แอบแวะลงที่
Beijing Language and Culture University มา
(คือมีป้ายรถเมย์ของมันเองเลยล่ะ เลยฟังออก)
ก้เปนม.ที่ใหญ่พอควร ฟิตเนสก้แอบพี่บึ้มมากๆ
โรงอาหารก้ดูน่ากินดีน่ะ แอบดูสะอาดอะ
ได้มีโอกาสลองชิมชานมไข่มุกดู
ปรากฎว่า ที่ม.เราอร่อยกว่า ไข่มุกเยอะกว่าอะ
แต่ชามะลิ(เวอชั่นเย็น)อร่อยดี
เหมาะแก่การแก้กระหายคลายร้อนมากๆ
(พอดีพี่รูมเมทเขาสั่งอะ)

แล้วก้เดินทางไปอู่ต้าโข่วกัน
(โทถามเพื่อนที่เรียนอยู่ที่นั้น เหอๆ)
เดินไปก้ค้นพบว่า เอ๊ะ ไหนเขาว่ากันว่าถูกว่ะ
ที่เราเดินดูมีแต่ร้านเป็ยช้อปๆทั้งนั้นเลยนิหว่า
ราคาก้แอ๊บแพงนิสนึง แต่สวยไรงี้
ร้านก็ดูดี...เอ๋ยังไงๆ
เลยทบทวนหนทางเดินทางกันใหม่
ได้ใจความว่าเราลงเลยป้ายมานั้นเอง
...ขอโทษค้าบบบบ พี่แอน

ก่อนจะไปต่อก้ไปกินข้าวกัน
วันนี้เป็นร้านอาหารชุด ราคา..อื้ม
ชุดนี้ก้ร้อยบาทไทยอ่ะ
มีน้ำเต้าหู้(กลิ่นแปลกๆ)
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อและเอ็นเนื้อ ติ่มซำ
ก๋วยเตี๋ยวอะ อร่อยมากๆ ชุดก้ใหญ่อะ
ดีที่สั่งมาที่เดียว แล้วกินสองคน
ไม่งั้น......ตาย กินไม่หมด เปลืองงงง
แล้วก้เดินทางต่อ

งวดนี้ก้ดันลงเลยไปหนึ่งป้าย
ก้ต้องเดินย้อนกันอย่างเมามัน
ท่ามกลางแดดตอน11โมง
(สาเหตุ เพราะไม่รู้ชื่อป้ายอีกนั้นแล ประมานเอา)
ไปถึงก้...เอ่อ แบบนี้แหละ ถูกชัวไรงี้
ก้เดินอยู่ในนั้นประมาน4ชม.ได้อะ
แต่....ก็ไม่ค่อยได้อะไรกลับมา เหอๆ
ไอตัวที่อยากได้ก้ดันไม่มีไซส์
ไอที่อยากได้ ก้มีคนอยู่เต็มร้าน

คือการซื้อของของเราเนี่ย
เน้นคนในร้านไม่มาก
เพราะคนขายต้องพยายามพูดกะเราให้เราเข้าใจ
เหอๆ เปรี้ยวมั้ยละ ยังพูดไม่ค่อยได้
แต่ดันไปต่อราคามัน

สินค้าที่ได้มาวันนี้ก้เด่วจาเอารูปลงให้ดูกันนา
วันนี้จะเอารูปลงๆ อิอิ
แต่รู้สึกได้มาน้อยอะ
ไม่ค่อยคุ้มเลย เหอๆกะที่เดินไป

มื้อเย็น ตอนแรกมีคนไทยที่อยู่ก่อนแล้ว นัดไปกินข้าวกัน
แบบเด็กไทยเก่าอยากเจอเด็กไทยที่เพิ่งมาใหม่ไรงี้
เลยต้องย้อนกลับไปที่อู่ต้าโข่วนู้น
เพราะเขานัดกินกันที่นั้น
(งี้แหละ ที่นั้นมันเจริญ ของกินอร่อยๆเยอะกว่าที่ม.เรา)

ระหว่างที่เดินออกจากฮู่เต้าโข่วฝูจวง
ไปขึ้นรถเมย์(อีกแล้ว)
ก้มีชายหนุ่มชาวจีนเดินตรงดิ่งเข้ามาพวกเรา
แล้วก้พูดๆ ไอพวกเราก้กะลังมึนๆ เหนื่อยๆโคดๆ
ก้บอกมัน ตูมะช่ายคนจีน
มันก้ถามพูดได้มั้ย ตอบไป ได้โคดนิดหน่อย
ได้ใจความประมานเชิญชวนไปตัดผม
ก้มะอาว ตุม่ายเข้าจายยย
แล้วมันก้บอกงั้นไม่เปนไรๆ
แล้วก้เดินอ้อมมาข้างหลัง
ทำเป็นเนียนมาจับไหล่ตูซะงั้น
แล้วก้พูดประมานว่า เธอนี่น่ารักมากๆเลย...
คงเป็นวิธีการหาลูกค้าอย่างนึงของมัน

หลังจากเดินทางหมอนั้นมาได้สักพัก
ก้มีชายลักษณะแปลกๆเดินตามมาอีกแล้ว
คงเพราะเห็นเรากะพี่แอนบริจาคตังให้คนพิการละมั้ง
ดีว่าเดินไปอีกติ๊นึงเป็นมหาลัยอีกแล้ว มีพี่ยามด้วย เย้
เพราะงั้นวันนี้ก้ได้เปนเยี่ยมมาอีกหนึ่งมหาลัย
University of Science and Technology Beijing
หน้าmain buildingมีรูปท่านเหมาเจ๋อตุงอยู่ด้วย
เลยไปถ่ายรูปกันนิสหน่อยก้ออกมา

ขึ้นรถเมย์ไปถึงอู่ต้าโข่ว ก็โทหาคนนัด
สรุปว่ามากันตั้งยี่สิบคน แถมที่ที่ไปกิน
(แอบสอบถามจากเพื่อนที่เรียนอยู่ที่ BLCUบอกว่า แพง
เลยชิ่งไปกินกะมันแทน
เลยได้ไปหม่ำๆโอเด้งเวอชั่นเกาหลีแทน
คุ้มค่าที่ไป อร่อยแสดดดดดดดด
.....ใช่ วันนี้ก้อ้วนอีกแล้ววว
กี่โลแล้ววะเนี่ยยยยย กลัวววววว
แต่แร่อนมากเลยล่ะ ปิ๊งๆ ขอบใจปิงๆและเพื่อนมากๆ

แล้วเพื่อนปิงก้พาไปซื้อของที่เซเว่น
เปนครั้งแรกตั้งแต่มาเหยียบปักกิ่งแล้วเจอเซเว่น หึหึหึ
เลยได้สลัด(ได้ข่าวว่าอร่อย)กับคัสตาทและโอเด้งกลับมา
(คงได้เป็นอาหารซักมื้อแหละ)
แล้วก้ไปซื้อขนมปังร้านที่เพื่อนนายปิงแนะนำว่ามาอร่อยด้วย
ร้ายสวยหรูดูดีมากมาย
ไปกะเพื่อนปิงนี่เหมือนเปิดทัวร์กินเลยอะ
คราวหน้าที่อยากไปก้มีติ่มซำ24ชม. ร้านกาแฟและเค้ก
และสุดท้ายก้บุฟเฟ่อาหารญี่ปุ่นนนนนน

ไปแหละ พรุ่งนี้มีopen ceremony
แต่ตอนนี้เหมือนเนทในห้องจะใช้ไม่ได้ซะงั้น
เซงวุ้ย.....สงสัยคงได้เอาลงพรุ่งนี้ละมั้ง


เมื่อวันก่อน ที่ไปถ่ายเล่นที่มหาลัย
อันนี้คือตึกmain building ของม.เรา หย่ายมั๊กๆ


ไอติมถั่วแดงถั่วเขียวที่ไปหม่ำมา



ของที่ไปช้อปมา
รองเท้าบูท แอบเปรี้ยวมากๆ เหอๆๆๆๆๆ



ม.ที่แอบไปหลบพักมา

และภาพสุดท้ายวันนี้
เพื่อพี่ตาลโดยเฉพาะ.......แต่นแต๊นนน


ตอนนี้กลายเป็นขวดใส่
น้ำยาปรับผ้านุ่มไปแล้ววว
มีพี่หวังโพสหลายลายด้วยน่ะ
ซื้อมาสะสมดีมั้ย ฮ่าๆๆๆๆ

เรื่องของวันนี้แอบขี้เกียจลง ดูก่อนละกัน ฮ่าๆๆ 

September 06

ch2: 5th day

2007 9 6

 

วันนี้เป็นวันแรกในปักกิ่งที่ได้ตื่นสายแบบสุดๆ
ก็แค่...
9โมงเอ๊งงงง สุดใจมากมาย
ตื่นมาหน้าบวมทั้งคู่เลย ฮ่าๆๆๆๆ

 

มื้อเช้าวันนี้ผลไม้โล้ด แบบว่าแน่นมาก
กินเยอะทุกวันเลยอ่ะ
ท่าทางจะต้องซื้อที่ชั่งน้ำหนักมาไว้ที่ห้องเป็นการด่วน เหอๆ
อย่างที่อีฟๆบอกจิงๆ
จะกินอย่างที่เคยกินที่บ้าน มันก็ไม่ค่อยได้อะ
เพราะว่าเรามาอยู่กับคนอื่น
ถ้าไม่กินกับเขา ไปนั่งดูเขากินอย่างเดียวมันก้ยังไงๆอยู่
แล้วอีกอย่าง กับข้าวที่นี้ให้เยอะมาก
ไม่มีทางที่ผู้หญิงคนเดียวจะทานหมดแน่นอน
ต้องช่วยๆกันทานอะ ไม่งั้นเสียดายๆ

 

กิจกรรมวันนี้ เหมือนเปนแม่บ้านอะ
ตื่นเช้ามาอาบน้ำ ซักผ้า เล่นเนท
(หลายๆคนน่าจะได้เมลเราไปบ้างแล้ว)
เย็นๆก้ไปถ่ายรูป เดินเล่นรอบมหาลัย
(ไม่ได้ลงรูปอีกละ คราวนี้ไม่ได้ขี้เกียจน่ะ
แต่รูปมันอยู่ที่คอมพี่รูมเมท
แล้วขี้เกียจเปิดกันทั้งคู่อะ ฮ่าๆๆๆ)

 

ตอนที่ถ่ายรูป มีโอกาสสัมผัสไอติมรสชาติแปลกใหม่ที่ปักกิ่งแว้ววว
มันคือ.....(มีรูปแต่ก้นั้นแหละ หุหุหุ)
รสถั่วเขียวและถั่วแดง
ก้อร่อยแบบถั่วๆดี ไม่ค่อยหวานมากอะ

 

ถ่ายรูปเสดก้ไปกินเข่าตี้กวา(มันเผา)
อร่อยสมคำร่ำลือ แต่ไม่ค่อยหวาน แอบเค็มนิสนึง
จิงๆกะว่านี่แหละคือมื้อเย็นของเรา
แต่ว่าพี่เขาไม่คุ้นเคยกับมื้อเย็นที่ไม่ใช่ข้าว
ก้เลยเดินไปหาร้านอาหารกัน
วันนี้เดินไปไกลกว่าร้านเมื่อวาน
เราเดินจากประตูตอ.ไปเกือบถึงประตูเหนือ
แต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยแหะ สงสัยเริ่มชิน
แต่ตอนที่เดินๆอยู่มีเรื่องระทึกอีกแล้ว

 

คือมันมีคนแก่ราวๆลุงอะ ใส่ชุดคนงานก่อสร้าง
เหมือนจะเดินตามมาอะ
ตอนเดินผ่านครั้งแรก ก้เดินตาม
เหมือนจะเข้ามาใกล้ด้วยอะ แอบกลัวๆอยู่
แต่เปนช่วงมีคนหน่อย เลยไม่อะไรมากอแต่ก้กลัวอยู่ดี
เราก้พยายามเดินเข้าไปดูของตามร้าน
(แถวๆร้านที่กินข้าวเมื่อวาน มีร้านขายเสื้อผ้าด้วย)
เพราะงั้นตาลุงนั้นก้ต้องไปก่อนเราไกลแล้ว
แต่กลายเปนว่า เหมือนจะรอเราอยู่งั้นอะ
เพราะมันนั่งอยู่ริมถนนไรงี้
พอเราเดินออกมา มันก้เดินตามๆมาอีก
เดินไปสักพัก หันไปก้ยังอยู่
เลยเดินเข้าไปในเขตที่เราเข้าใจกันว่าเป็นเขตมหาลัยกัน
กะว่าจะเดินเข้าไป แล้วไปอ้อมออกประตูเหนือ
แต่ที่ไหนได้ เข้าไป..เหมือนเป็นแฟลตแนวสลั่มงะ
แต่ก้ไม่โหดร้ายมาก มันมียามอยู่หน้าประตูรั่วทางเข้าด้วยนา
ก้เรยเดินย้อนกลับออกมาทางเดิม
ก้ไม่เจอไปแป๊ะนั้นแล้ว เฮ้อ.....ค่อยยังชั่ว

 

วันนี้ก้อาหารจีนอีกแล้ว
รสชาติก้ไม่เค็มเท่าเมื่อวาน
แต่ปลานี่ไม่ไหวอะ คาวอิ๊บ
เอาเป็นว่า อาหาร ชอบร้านเมื่อวานมากกว่า
(ถึงจะเค็มไปหน่อยก้ตาม)
แต่ที่ชอบคือติมซำ

 

ร้านนี้มีติ่มซำด้วย แต่ลองไปแค่อันเดียวอะ
เพราะอิ่มอืดกันมากมาย (มันให้เยอะ)
สั่งฮะเก๋า(เขียนถูกมั้ยอะ)ไป
อร่อยมากมายๆ แป้งห่อนี้เหนียวๆหนึบๆดี แต่ไม่หนา
ใส่กุ้งข้างในก้แจ่มกันเลยทีเดียว
เข่งนึงราวๆ
60บ. มีสี่ชิ้น ก้ไม่ใหญ่ไม่เล็กไปอะ

 

วันนี้ก้ราวๆนี้แหละ ไม่มีไรมากๆ
อ่อ ก่อนกลับแวะไปซื้อครีมกันแดดมาด้วย
พี่แอน(พี่รูมเมท)เขา
need แดดมันแรงจิงๆ
ก้มั่วๆมึนๆสื่อภาษากะคนขายอยู่ระยะนึง
ใช้เวลานานมากกว่าจาได้จ่ายตัง
ก้สนุกดี ฮ่าๆๆ คนขายบอกว่า นึกว่าเราเป็นคนจีน
หน้าเหมือนมากมายๆ

 

เอาล่ะไปนอนดีกว่า
พรุ่งนี้จะไปช้อปปิ้งที่อู่เต้าโข่วแหละ ฮี่ๆๆ
 

4 first days At BeiJing

วัสดีพ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย
ตอนนี้มาอยู่ที่ปักกิ่งได้สี่วันละเว้ย..ละเว้ย..
(แต่ตอนที่พิมอยู่นี้เป็นวันที่5septนา
มีเรื่องอยากเล่าสู่กันฟังมากมาย
เรียงกันไปทีละวันละกัน อิอิ

 

2nd September 2007

ก็เป็นวันแรกที่เดินทางออกจากประเทศไทย
เครื่องออกราวๆ10.20น.
แต่เขาให้เข้าไปรอในเครื่องตั้งแต่10.15
เราเข้าไปใน..เอ่อเขาเรียกว่าไรว่ะ เฉพาะคนที่มีBoarding partอะ
ตั้งแต่เก้าครึ่ง ก้อยู่รอร่ำลาเพื่อนๆได้ไม่ครบ
อันนี้ก้ต้องขออภัยด้วย แหะๆ
แต่เดินจากที่เราเข้าไป ถึงตรงที่รอขึ้นเครื่องก้10โมงพอดีอะ
(ไกลแสด)
เอ่อ ขอขอบคุณเพื่อนๆมากมายที่มาส่งกัน
(แอบเปนปลื้มมมม >v</)

ใครที่มาไม่ทันก้ไม่เปนไร ส่งใจมาแล้วช่ายมื๊
แต่เด่วมค.นี้เราก้กลับแล้ว ไม่นานๆหลอก (อิอิ)

 

กว่าจามาถึงที่ปักกิ่งปักชำนี่ก้ล่อไป สี่โมงกว่าแล้ว(เวลาที่ปักกิ่ง)
โขวบอกว่ารอตรวจคนเข้าเมือง รอเป๋า รอแทกซี่นานมากๆ
กว่าจาผุดออกมาจากสนามบินก้ล่อไปเกือบสองชม.
กว่าจาถึงโรงแรม...ซัดไป...หกโมงกว่า...
ไม่ได้ทำไรเลย เพราะเขาปิดหมดแล้ว

 

ก้เลยได้แต่เดินดูว่ารอบๆโรงแรมมีไรให้กินบ้าง
กับตามหาซื้อซิมมือถือ (ที่สนามบินก้มี แต่คาดว่าแพงเลยไม่ซื้อ)
เอ่อลืมบอกว่าโรงแรมที่เราอยู่เป็นโรงแรมในมหาลัยแหละ

 

มหาลัยเราขี้เว่อมากๆ มีโรงแรม คลีนิค อนุบาล ประถม
(มัธยม ไม่แน่ใจเพรราะมันตั้งอยู่ตรงข้ามมหาลัย)
supermarket สนามบอลนี่ล่อไปสามสนามได้มั้ง
มีโรงยิมสำหรับบาส/วอลเล่/แบดมินตัน
(สาวๆนักบาสนี่สุดยอด...ล่ำยังกะชายชาติเลยทีเดียว)
มีหออีกเกินสิบตึก...เอาเป็นว่ามันโคดดดหย่ายยยยยยอะ

 

กลับมาที่ซิมมือถือ
เป็นอะไรที่แอ๊บโข่งมาก ถ้าไม่ศึกษาให้ดี
เบอมือถือที่นี่มันจะไม่เหมือนบ้านเรา
บ้านเราอยากได้โปรแบบไหนก้เปลี่ยนได้
แต่ที่นี่ แต่ละเบอมีโปรของมันเอง และ...เปลี่ยนไม่ได้!!
ปกติแล้วมันควรจะซื้อที่ร้านขายแบบมือถือไรงี้
เพราะคนขายมันจะอธิบายได้ว่าโปรไหนเปนไง
อย่างนินิเป็นต้น ซื้อถูกสถานที่

 

จิงๆไอเรื่องนี้เราก้ไม่รู้หรอก
มาฉลาดก้ตอนที่ลองโทรไปคุยกะนิ

 

ร้านที่เราซื้อเปนร้านของชำอย่างแท้จิง
เป็นอาแปะขายเครื่องดื่ม(เหล้าก้มีเด้อ) บุหรี่ไรงี้
เพราะงั้น มันก้ไม่บอกไรเราเหมือนกัน หึหึหึ
สื่อสารกะมันได้ว่าจาซื้อซิมก้สุดยอดแล้ว
(จิงแล้วๆซิมก้มีชื่อเรียกเฉพาะในภาษาจีน
แต่จนทุกวันนี้เราก้ยังคล้าวไม่รู้อยู่ดี กรั๊กๆๆ)

 

ผ่านไปหนึ่งวัน พ่อลูกฝากกะเพราะมื้อเย็นไว้ทีHI24

(ละม้ายคล้ายเซเว่น แต่ไม่เปิดแอร์ และไม่มีซิมชาย)
ก็ซื้อมาม่ามาคนละป๋อง
(หย่ายดี เยอะดี รสชาติก้ใช้ได้อะ)

 

3rd September 2007

 เป็นอีกหนึ่งวันที่วุ่นวายก็ว่าได้....
เช้ามาซัดบุฟเฟ่ที่โรงแรมเต็มที่ (ให้สมที่จ่ายค่าห้องไป หึหึ)
แล้วก้ไปลงทะเบียนเรียน
ไปถึง...คนเกาหลีกะญี่ปุ่น..เข้าใจว่ามาเยอะมาก
เพราะที่หน้าตึกลงทะเบียนมีเหมือนเปนพวกรุ่นพี่มารอรับกันเลยทีเดียว
เราก้เข้าไปทำตามสเตป แต่ที่ลำบาก(ด่านแรกของวัน)คือ
ป๊าต้องรีบเดินไปแลกเงินมาให้ เพราะมันให้จ่ายค่าเทอมตอนนั้นเลย
(ตอกแรกเรากะว่าเด่วค่อยจ่ายไรงี้)
เอ่อมีแจกเสื้อมหาลัยด้วย ไว้จาใส่ได้ดูกัล หึหึ
(คุยกะพี่รูมเมทแล้วว่าชุดนอนโล้ด ฮี่ๆๆ)

 

พอถึงสเตปสุดท้าย..มันดันต้องใช้ใบรับรองของหอ
ประมานว่าเรามีที่อยู่ในปักกิ่งแล้วไรงี้
แต่ตูยังไม่ได้เข้าหอเร้ยยย
เลยค้างไว้แค่นั้น ไปดูหอที่ได้จองไว้....

 

เดินไปชาติกว่าๆ ไกลมาก....ก
คือมันก้อยู่ในยูแหละ แต่ไกลเชี่ยอะ
ก็ประมานว่าเราต้องเดินจากประตูตอ.ไปตต.อะ
แล้วก้เหนlocationแล้ว..ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่
อยู่ท่ามกลางหอโบราณ(เก่ามากๆๆโทรมมากๆๆ) และสิ่งก่อสร้าง

(เอาน่ามันถูกสุด ช่วยพ่อแม่ประหยัด คิดซะว่าออกกะลังกาย)

 

ไปถึงก้ขอไปดูห้อง
ทางเดินก้...คล้ายๆทางเดินในคุกอะ ประตูก้ประตูเหล็ก
เปิดประตูเข้าไป
โอ้วแม่เจ้า....นี้มันเปนหอพักนร.แน่น่ะ แบบว่าเฮ้ย งง

 

ห้องอับๆ ผ้าห่มขาดเปนรูนิสๆ ที่เด็ดสุดๆแบบว่ารับไม่ได้
ตู้เสื้อผ้ามัน...ความกว้างเท่ากับลอกเกอร์ที่เหนตามหนังฝรั่ง
ความยาว เพื่อนๆยังจำตู้เหล็กที่อยู่หลังห้องเรียนได้ป่ะ เท่านั้นแหละ
บานตู้เรอะ ตู้เหล็กยังไงก้ยังงั้นแหละ หึหึ
เอ่อ เราได้อยู่กะสาวรัสเซียแหละ เขาว่างั้นอะน่ะ

 

พ่อนี่เครียดเลยทีเดียว ก้พยายามเดินไปตามดูหอที่เหลือ
ก้ตามคาดหมายแหละเต็มหมดแล้ว มีที่นึง ยังกะโรงแรม
แต่คิวรอเข้าหออยู่ที่66 damnมากๆ
แล้วก้มาดูอีกที่ก้..ว่าไงดี มันก้ยังดีกว่าไออันแรกที่จองไว้อะน่ะ
แต่ก้เต็มอีก เลยเอ่อ กลับโรงแรมไปขอนอนคิดก่อนวุ้ย

 

คิดไปคิดว่า เอ่อ ง่วงเลยว่าจะนอนพักสมองกันทั้งพ่อทั้งลูก
แต่...มันก้ไม่หลับว่ะ แอบรับไม่ได้อย่างแรง กะไอตู้นรกนั้น
เลยหยิบโบชัวหอทั้งหมดมานั่งอ่านอีกที
อ่านไปอ่านมา....เอาว่าไปลงชื่อหอล่าสุดที่ไปดูมาดีกว่า
อย่างน้อยคิดมันก้ยังอยู่ที่สิบต้นๆ
ราคาก้เท่ากัน(ที่หอนี้มีราคาสามแบบ ที่เท่ากันคือถูกสุด)
แถมใกล้ตึกเรียนโคดๆ เดินห้าถึงสิบนาทีถึงอะ
เวลาหิมะตกก้ไม่ต้องลำบากเดินตากหิมะมาเรียน เสี่ยงป่วยๆ

 

พอไปถึงกลายเป็นว่าได้ห้องเลย
เพราะป๊าให้เปลี่ยนเป็นจองห้องที่แพงที่สุดของที่นั้น
เพราะคนมันไม่น่าจามาขอจองต่อกันเยอะ
ราคามันแอบสูง น่าจะหลุดมาได้ง่ายกว่า

 

มันก้ให้เลือกว่าจาเอารูมเมทเปนคนไทย หรือ เกาหลี
ดีที่อ่านหนังสือ”ตะลุยแดนมังกรตะลอนในปักกิ่ง”ก่อนมา
เขาเตือนไว้ว่าเกาหลีนี่สุดๆ
เสียงดัง ไม่ค่อยเกรงใจ เที่ยว(กลางคืน)เก่ง ดูดหรี่
เพราะงั้นไทยก้ได้ว่ะ (ตอนนั้นคิดงั้น)
ก็แอบกลัวว่าจาไม่ไดพูดจีนอยู่
แต่พอมาเจอพี่เขาก้..ไม่เลยอะ

 

พี่เขาเปนคนเอาจิงเอาจังอะ
แต่เขาไม่มีเบสิกจีนเลย ก้เลยกลายเปนช่วยๆกัน
เราก้สอนๆอันที่พอจะจำได้ไรงี้
(อ่ะ นี้มันของวันอื่นนิ!!)

 

ก้โอเคอะ หอนี้พอได้ใบมาก้ไปลงทะเบียนต่อ
แต่เขาบอกว่าวันนี้ไม่รับคิวเพิ่มแล้ว
(คล้ายๆกะเอแบคเลน คนเยอะอะ
แต่จ๊าบกว่าตรงที่เรียกคิวเหมือนตามธนาคาร)
เราเรยไปเปิดบัญชีแทน

 

โขวบอกว่าการทำธุรกรรมที่ธนาคารในปักกิ่ง
เป็นไรที่ทรมานมาก เสียเวลาสุดๆ
แนะนำว่าให้กดบัตรคิดไว้ก่อน
แล้วไปเดินซื้อของซื้อข้าวรอได้เลยอะ
นานมากกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


เสดก้กลับโรงแรมพักผ่อน กินข้าวเย็น
ป๊าบอกว่าขอกินดีหน่อยวันนี้ ฉลองเรื่องหอ (ฮา)
เลยกินบุพเฟ่กัน ก้ไม่ค่อยแพงอะ 88


กินกันแบบว่าร่วมสองชม.ได้ ก้กินไปนั่งชิวไป
ของกินดีอะ มีซาซึมินิสหน่อย ไม่มีอเมริกันเลยยย
จีนทั้งน้านนน (ตอนเช้าก้ได้ เซงมากๆ)
แต่ก้ซัดกันอิ่ม (ปล. เนื้อวัวโคตะระนุ่ม อร่อยแสด
อยู่นี้กินเนื้อมาสามวันแล้วเนี่ย เหอๆๆ ขอโทษน่ะคุนวัว)
มีเป็ดปักกิ่ง เบียร์ก้ดื่มไม่ชาร์ตเพิ่ม

พอเดินไปจ่ายตัง พนักงานก้ให้คูปองมา
บอกว่า เชิญมากินพรุ่งนี้อีก ใช้คูปองนี้
ฟรีไม่ต้องเสียตัง

โอ้วพระเจ้า มันกำไรมั่งเป่าวะเนี่ยยยยยย
พ่อกุก้ซัดเบียร์เมิงไปสามขวดแล้ว
ปลาแซลมอนมึงนี้หายไปเกือบครึ่งตัว
แล้วยังมีหอยปีกนกนี้สิบตัวได้
หึหึ มันช่างเป็นโรงแรมที่ดีจิงๆ.....

 

4th September 2007

แหกตามาแต่เช้า รับไปลงทะเบียน
(แต่ก้ไม่พลาดที่จะซัดมื้อเช้าฟรีก่อน)
ไปถึง...gosh damn!! 2232 นี่เมิงมากันตั้งแต่กี่โม๊ง
ก้รอประมานชม.นึงอะ เสด ถือว่าไม่นานมาก(มั้ง)
แล้วก้รีบลองไปกดตังที่ธนาคารดู
ก็ดีที่มันมีภาษาอังกิดควบคู่ รอดไป
แล้วก้รีบขึ้นไปหาป๊าที่โรงแรม
เพื่อป๊าจาได้โทไปที่การบินไทยที่จีน
จะเปลี่ยนเที่ยวบินเป็นเย็นวันนั้น (ตอกแรกเต็ม)
เพราะเราก้เสดเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว มิมีปัญหาใด
แล้วก้โชคดีที่มันว่าง ป๊าก้เลยเชคเอาท์จากโรงแรม
ลากเป๋าเราไปที่หอกัน......

 

ไปถึงก้ไม่มีใครอยู่ พี่เขาไปลงทะเบียน
เราก้วางเป๋าทิ้งไว้แล้วไปซื้อของฝากต่อ
ก็ทั่วไปอะ ชอกแลตกะชา
ชานี่โอเลยอะ ถูกมากกก ดีมากกก หอมมากมาย
เราเองก้ซื้อมาเอาไว้ดื่มที่หอ แต่ยังไม่ได้มีโอกาสชงเลย ฮะๆ

 

พอกลับมาถึงห้อง พี่เขาก้อยู่พอดี
ป๊าก้ยังไม่รีบไป เลยนั่งคุยกันอยู่ในห้องนั้นแล
ซักบ่ายสองอะ ก้ออกจากห้องกันหมด
ป๊าก็รีบไปหนามบินเพราะเด่วรถติด
(บินตอนห้าโมงครึ่ง ที่สนามบินบอกให้ออกมาก่อนบ่ายโสงอะ
ที่นี้รถติดใช่เล่นๆ ไม่ต่างกะบ้านเราเท่าไหร่ เหอๆ)
พี่เขาก้ไปลงทะเบียนต่อ เราก้เลยไปช่วยด้วยไรงี้

พอพี่เขาลงเสดก้ไปเดินรอบๆยูกัน
หย่ายชิบหาย จิงก้คือเดินเรียกน้ำย่อยอะ
เด่วจาไปกินบุฟเฟ่(คูปองเมื่อวาน)กัน
ก้ตามความคาดหมาย ซัดเต็มที่ อิ่มเสด

 

กลับมาถึงหอ ก้จัดของเข้าตู้ ใช้เวลาไปสองชม.กว่าได้อะ
ขนมาเหมือนเยอะ แต่พอเอาเข้าตู้ก้..เฉยๆอะ
เสื้อยืดนี่เล็งไว้หลายตัวละ ว่าใส่นอนแน่ๆ
ไม่ก้ใส่ในข้างในให้มันอุ่นเฉยๆอะ
เพราะลายมันแอบดึ๊ยๆอะ ฮ่าๆๆ

 

จัดของเสดก็อาบน้ำ
ก้ว่าจะนอนเลย เพราะง่วงมากมาย
แต่เหนพี่เขาแอบเตรียมตัวไปสอบ เลยอ่านมั้ง
เอ่อลืมบอกว่า วันถัดมาต้องสอบวัดระดับแหละ

อ่านแป๊ะเดียวอะ ก้นอน แบบว่า ง่วงงงง

 

5th September 2007
วันนี้นี่เอง (ตอนนี้ง่วงโคดๆ จาเที่ยงคืน ณ ปักกิ่งแล้ว)
สอบก้..ตามความคาดหมาย writing ดับเกือบสนิท
มีพอฟังออกไม่กี่ข้อ พวกพารากราฟไม่ต้องพูดถึง
สิบห้าข้อสุดท้ายตูชิ่งไม่ทำแล้วเว่ย อ่านไม่ออกเว้ยย

 

เลยได้ไปสอบoral testต่อ
จิงๆก้กะลุกนานแล้วแหละ (เพราะทำไม่ได้)
ไม่อยากออกพร้อมๆคนที่เหลือในห้องอะ
สอบพร้อมกันเยอะมาก ห้องนึงราวๆห้าสิบคนได้อะ
ขี้เกียจไปรอต่อคิดสอบ oral ไปก่อนเลยดีก่าไรงี้

 

เราฟังคำถามเขาออกน่ะ แต่ตอบไม่ค่อยได้อะ
เพราะไม่รู้จาตอบไง หึๆๆ ตอบเปนอังกิดแทนได้ม่ะ ฮี่ๆ
เขาก้คงเหนว่าไอนี้พอรู้เรื่องประกอบกะมันเรียนมาสองปี
(แต่ความรู้เท่ากะเรียนมาไม่ถึงปี ฮ่าๆๆ ไอเดกเลวว)
เขาเลยถามเราว่า อยากเรียนง่ายๆหรือยากๆ
ก้บอกเขาว่า ขอไม่ยากไม่ง่ายได้ป่ะ
มันก้ไม่ได้ เอ็งต้องเลือกกกกกกก
เลยบอกว่าขออย่าอยากมากละกัน ไม่อยากเอาง่ายอะ
เพราะว่ากุทนเรียนมาสองปีแล้ว จาให้กลับไปสู่จุดเดิมอีกก้เหนื่อยอะ

 

แต่ ณ เวลานี้มานั่งคิด ตอบไปงั้นดีแน่รือ
กลัวมันจาส่งไประดับฮิโซว ซึ่งปัญญาตูไม่ถึงอะดิ๊
เด่วกลายเปนเครียดอีก เพราะมันยากและกดดัน
ไอกดดันที่เคยเจอก้คือการออกเสียง
กลัวว่าเราจาเปนแกะดำในห้องเหมือนตอนเรียนที่เอแบค
อันนั้นนี้เครียดถึงขั้นจะย้ายไมเนอร์กันเลยทีเดียว
เฮ้อกลัว....กว่าผลจะออกก็วันเสาร์นี้อะ กลัวววว

 

แล้วก้กลับหอไปเก็บของ แล้วมุ่งหน้าไปซุปเปอในยูต่อ
ไปซื้อพวกของใช้อะ ที่ตากผ้า กะละมัง ตะกร้าใส่ของอาบน้ำไรงี้
ก่อนเข้าไปซื้อ ข้างๆมันจะมีขายพวกของทอด ชานมไข่มุก ไรงี้
ก้เดินไป ลองใช้ความรู้วอันน้อยนิดสื่อสารกะมันดู
ก้มึนๆพอควร ยังฟังไม่ค่อยออกอะ ก้มีคนจีนแถวนั้นช่วยนิสหน่อย
คือคนขายท่าจาพูดจีนกลางไปแข็งแรงอะ
ไอคนที่ช่วยก้ทำหน้าไม่ค่อยเชื่อว่าเราเปนนร.ไทย... เหอๆๆ

 

ก็เป็นความภูมิใจเล็กน้อยที่วันนี้สามารถสั่งซื้อของกินเองได้
เอ่อ ชานมนี่ใช้ได้เลยอะ ไข่มุกก็นุ่มเคี้ยวหนึบๆดี แก้วละสิบหาเอง
เขาบอกว่าขนาดเล็ก แต่เราว่ามันเทียบเท่าขนาดกลางบ้านเรา เหอๆ

 

เอ่อ แล้วที่นี้น่ะ น้ำ มีบริการมาส่งถึงที่ห้องด้วย เปนน้ำแบบถังแกลอนอะ
ก้ดีไม่ต้องไปแบกซื้อมาจากข้างนอก แต่เติมเอา

หลังจากที่เขามาส่งน้ำที่ห้องเสด เราก้เดินทางไปซื้อของที่ไม่มีในซุปเปอต่อ
ก้ไปที่คาร์ฟูร์ โดยสารโดยรถเมย์.....แบบว่า เปรี้ยวปิ๊ดม่ะล้า
มาแค่สี่วันแต่กูขึ้นรถแม่ละเว้ยๆ
จิงๆที่มันขึ้นได้ ก็เพราะที่ปรึกษาเขาบอกมาน่ะ

 

เอ่อลืมเล่า ที่นี่ ในตึกที่เรียนจะมีพวกนศ.อาสาสมัคร มาคอยแนะนำเรา
บังเอิญว่าโชคดีที่พี่รูมเมทเราเขาไปเจ่อะที่ปรึกษาเปนคนไทย
เลยคุยกันเข้าใจง่ายหน่อย หึหึ

 

รถเมย์มัน..ขับแบบว่าโคดกระตุกอะ ถ้าไม่เกาะไรไว้กลิ้งแน่นอน
แล้วคนที่ขึ้น ไม่ว่าชายหญิง กลี่นนี่...แทบอ๊วก
เอาเป็นว่าลงมาจากรถ เรามีสิทธิไม่สบายได้เลยอะ เวียนหัวมากๆ

 

คาร์ฟูร์มีสองชั้น ชั้นบนก้ของทั่วไปที่ไม่ใช่ของสด
ชั้นใต้ดินคือของสด แต่ ..เสียงยังกะอยู่ในตลาดสดเมืองไทย
เสียงดังสาดดดดด คนก้เยอะ วุ่นวายๆ
แต่ผลไม้ถูกมากๆๆๆๆๆๆ เชิญดูตามรูป ฮี่ๆๆ
(คูณห้าจาได้จำนวนเงินเปนสุกลบาท)
เอ่อ อีฟๆ เราเจอหนมหมีรสเมล่อนแล้ว
ซื้อมาแล้ว เด่วจาลองกินดูน่ะ วันกลับจาขนไปฝาก

 

เอ่อรถเมย์ที่นี่ถูกมากมายอะ จากม.เราถึงคาร์ฟูร์
ก้ร่วมยี่สิบนาทีได้ แต่เสียแค่ ห้าบาท เองอะ
รถไฟใต้ดินและไฟฟ้าก้เหมือนกัน สิบห้าบาทตลอดสาย
ดีเนอะ หุหุ แล้วบัตรโดยสารก้ใช้ร่วมกันได้ด้วย
(บัตรทีเปนแบบเติมเงินอะ)

 

พอกลับมาถึงก้ หิวข้าวเสดดดด
เลยขึ้นไปเกบของ แล้วก้ชวนที่ปรึกษาไปหม่ำๆกัน
เขาก้พาไปร้านอาหารจีนแถวๆมหาลัย(ที่เรายังเดินไม่ถึง)

 

อร่อยน่ะ แต่เค็มอะ...เหอๆๆๆ
ผัดผักถั่วลันเตาที่จ๊าบมากอะ อร่อยมากๆๆ
แบบว่าผักยังหวานอยู่เลยอะ
เต้าหู้ไข่ทอดราดซอสแป้งมันฝัดกะพริกหยวก
เค็ม แต่ก้อร่อยอีกเช่นกัน
คีบเต้าหู้แล้วมันไม่แตกตัวอะ แบบว่ามาทั้งก้อนนั้นแหะ
เอาไว้จาถ่ายรูปมาให้ดู อิอิ

 

กับข้าวที่นี้ให้เยอะมากๆๆๆๆอะ แบบว่าอิ่มมมไปอีกนาน
ชาก้อร่อยดี กินแก้เลี่ยนกะเค็มได้ดีเยี่ยมเลยแหละ เหอๆ

 

เฮ้อ...ง่วงแล้วอะ หวังว่าคงไม่ได้พลาดเล่าอะไรไปน่ะ
แต่ ณ เวลานี้(ที่พิมอยุ่)ยังใช้เนทที่ห้องไม่ได้เพราะ
เรายังไม่ได้ไปซื้อบัตรที่เนทคาเฟ่ในมหาลัย กะ ไม่มีสายแลน
(รู้งี้น่าจะเอามาฟะ เสียดาย ยังไม่อยากซื้ออีกกันเลยอะ ที่บ้านก้มี เหอๆ)
แต่พี่เขาเอามา ก้เด่วพรุ่งนี้คงเล่นได้อะ
กะลังคิดอยู่ว่า ถ้ามีเราเตอร์ ตูจะใช้wirelessในห้องได้มั้ย
แบบว่าจาได้ซื้อบัตรเนทแค่ใบเดียว แล้วถล่มกันใช้สองคนไรงี้
แต่...จาทำได้เป่าหว่า.....หึหึหึ

 

เอ่อตอนนี้เรามีเพื่อน(สาว)เปนชาวเกาหลี และ สวีเดน มีใครสนมั้ย (ฮา)
ไปนอนแหละ ง่วงงงง (เวลา12.31AM)


 

 
There are no photo albums.